กาแฟ คืออะไร มาจากไหน ทำไมเราต้องดื่มกาแฟ มีคำตอบ

กาแฟ คืออะไร มาจากไหน ทำไมเราต้องดื่มกาแฟ มีคำตอบ

กาแฟ คือ เครื่องดื่มชนิดหนึ่งที่ทำมาจากพืชที่เรียกว่า “ต้นกาแฟ” ที่นำเมล็ดที่ได้จากต้นดังกล่าวมาคั่วจนได้เมล็ดกาแฟคั่วเมื่อนำมาบดและชงกับน้ำร้อนจะได้เครื่องดื่มที่มีรสชาติและกลิ่นเฉพาะตัวมีส่วนประกอบของคาเฟอีนมีสรรพคุณในเรื่องของการชูกำลังประเภทหนึ่งซึ่งเป็นที่นิยมกันอย่างแพร่หลายและนิยมปลูกกาแฟมากกว่า 70   ประเทศทั่วโลกในปัจจุบันและนิยมใช้ในคาเฟ่ต่างๆ

ต้นกำเนิด กาแฟ

เชื่อกันว่าต้นกำเนิดของกาแฟมีจุดเริ่มต้นในประเทศเอธิโอเปียทวีปแอฟริกาที่มียาวนานมันพันกว่าปีแล้วรู้จักในตำนาน “แพะเต้นรำ” โดยจุดเริ่มต้นเกิดจากคนเลี้ยงแพะนามว่าคาลดี (Kaldi) สังเกตเห็นว่าแพะกินเมล็ดพืชที่มีลักษณะเหมือนเชอร์รี่แล้วมีอาการคึกเหมือนกำลังเต้นและตื่นตัวตลอดเวลาจึงลองนำเมล็ดพืชชั้นมาชิมผลที่ได้คือรู้สึกกระปี้กระเป่าและนั่นจึงเป็นที่มาของกาแฟ

แต่ใครจะคิดว่ากาแฟจากเดิมคือเครื่องดื่มที่เป็นความขัดแย้งทางศาสนากลับเป็นจุดเริ่มต้นของการรู้จักและกลายเป็นพืชเศรษฐกิจที่ดังไปทั่วโลก 

เนื่องจากกาแฟ คือเครื่องดื่มของคนมุสลิม ที่ใช้ในพิธีกรรมทางศาสนาอิสลาม ซึ่งมีลักษณะตรงกันข้ามกับศาสนาคริสต์ที่มี “ไวน์” เป็นเครื่องดื่มศักดิ์สิทธิ์และมองว่ากาแฟ เป็นเครื่องดื่มของซานตาน หรือของคนนอกรีตจึงถูกต้องห้ามในกลุ่มชาวยุโรป แต่ในช่วงต้นศตวรรษที่ 17 พระสันตะปาปาคลีเมนต์ที่ 8 (Clement VIII) ได้ลิ้มลองกาแฟเกิดความชอบและติดใจในรสชาติจึงยอมรับในกาแฟและไม่เป็นของต้องห้ามเป็นต้นมา

กาแฟ คืออะไร มาจากไหน ทำไมเราต้องดื่มกาแฟ มีคำตอบ

สายพันธุ์กาแฟยอดนิยม

กาแฟที่ถูกค้นพบบนโลกใบนี้มีหลายสายพันธุ์แต่ที่นิยมกันอย่างแพร่หลายมีอยู่ 2 สายพันธุ์ได้แก่ “อราบิก้า (Arabiga)” และ “โรบัสต้า (Robusta)” โดยมีข้อแตกต่างกันดังนี้ 

กาแฟอราบิก้า (Arabiga) เป็นสายพันธุ์ที่นิยมปลูกบนพื้นที่สูงกว่าเหนือกว่าระดับน้ำทะเลประมาณ 800 – 1,000 เมตรขึ้นไปและในพื้นที่มีอากาศเย็นในไทยจะนิยมปลูกในจังหวัดภาคเหนือเช่นเชียงรายเชียงใหม่แม่ฮ่องสอนลำปางเป็นต้นมีเอกลักษณ์ที่สำคัญได้แก่มีเมล็ดที่เป็นทรงรีผอมเรียวและมีส่วนผ่าตรงกลางจะเหมือนรูปตัว S ในภาษาอังกฤษส่วนกลิ่นมีลักษณะหอมอบอวลที่เรียกว่า “อโรม่า” ด้านรสชาติมีความนุ่มนวล  มีความหวานฉ่ำแต่ยังคงมีความเปรี้ยวหรือเรียกว่า Acidity ที่ถูกฝังอยู่ใน DNA ของเมล็ดกาแฟซึ่งไม่สามารถหลีกเลี่ยงความเปรี้ยวที่มาจากอราบิก้าได้อีกทั้งความเข้มข้น (Body) ของกาแฟมีความบางเบาไม่เข้มมากรวมถึงสารคาเฟอีนก็น้อยตามไปด้วย  ดังนั้นสายพันธุ์กาแฟอราบิก้าจึงเป็นที่นิยมและต้องการมากเฉลี่ยถึง 80 % ในตลาดกาแฟโลก

กาแฟโรบัสต้า (Robusta) เป็นสายพันธุ์กาแฟที่นิยมปลูกบนพื้นที่ต่ำมีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 500 – 600 เมตรและในพื้นที่มีอากาศชุ่มชื้นในไทยจะนิยมปลูกในจังหวัดภาคใต้เช่นชุมพร, สุราษฎร์ธานีนครศรีธรรมราชระนองเป็นต้นมีเอกลักษณ์ที่สำคัญได้แก่มีเมล็ดที่อวบอ้วนและส่วนผ่าตรงกลางเป็นเส้นตรงส่วนกลิ่นมีลักษณะหอมฉุนไม่มีความหอมอบอวลด้านรสชาติมีรสฝาดกว่าแต่ด้านความเข้มข้น (Body) ของกาแฟติดขมและเข้มข้นมากกว่ารวมถึงสารคาเฟอีนก็มากไปด้วยเกินกว่า 2 % 

กาแฟ คืออะไร มาจากไหน ทำไมเราต้องดื่มกาแฟ มีคำตอบ

ประโยชน์และโทษของกาแฟ

กาแฟเป็นเครื่องดื่มที่หลายๆคนชอบดื่มและขาดไม่ได้และบางคนถ้าไม่ได้ดื่มอาจทำให้เกิดอาการปวดหัวและไม่กระปี้กระเป่าได้เช่นกันดังนั้นหากดื่มกาแฟในปริมาณที่เหมาะสมจะเป็นประโยชน์อย่างที่คุณไม่เคยรู้มาก่อนดังนี้ 

  • ประโยชน์ของกาแฟ 
  1. กระตุ้นให้เกิดความตื่นตัวเพื่อลดอาการง่วงนอนเพิ่มความสดชื่นของร่างกายเพิ่มความสามารถในการใช้ความคิดและการทำงานของสมอง 
  2. เพิ่มการเผาผลาญไขมันในร่างกายเนื่องจากมีสารเร่งการเผาผลาญพลังงานในร่างกายมีผลทำให้ไขมันในร่างกายมีการสลายกลายเป็นพลังงาน 
  3. เพิ่มประสิทธิภาพในการออกกำลังกายและเพิ่มเรี่ยวแรงโดยกระตุ้นการเผาผลาญร่างกายและชะลอความเมื่อยล้า 
  4. ช่วยบำรุงสมองและระบบประสาทและลดความเสี่ยงของการเกิดโรคต่างๆ  ได้แก่โรคหัวใจโรคเบาหวานชนิดที่2 โรคสมองเสื่อมโรคพาร์คินสันและโรคอัลไซเมอร์   
  5. ช่วยกระตุ้นสมองให้ทำงานเต็มประสิทธิภาพมีความตื่นตัวมีสมาธิ 
  6. มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ
  7. ช่วยทำให้ความจำดีป้องกันความจำเสื่อม 
  • ข้อเสียของกาแฟ 
  1. หากมีการดื่มในปริมาณมากมีผลข้างเคียงได้แก่กระสับกระส่ายวิตกกังวลเวียนหัวคลื่นไส้อาเจียนได้นอนไม่หลับปวดหัวมือสั่น 
  2. หัวใจเต้นแรงและเร็วกว่าปกติเกิดอาการใจสั่นความดันโลหิตเพิ่มขึ้น
  3. กระตุ้นการหลั่งกรดในกระเพาะอาหารซึ่งอาจทำให้เกิดโรคกระเพาะอาหารเป็นแผลและลำไส้อักเสบได้ 
  4. ปัสสาวะบ่อยส่งผลต่อการนอนหลับหรือพักผ่อนไม่เพียงพอในตอนกลางคืนได้รวมถึงมีการขับแคลเซียมออกทางปัสสาวะเสี่ยงทำให้เกิดโรคกระดูกพรุนได้
  5. สำหรับบุคคลที่ตั้งครรภ์หากดื่มขณะตั้งครรภ์สายสะดือจะส่งสารอาหารไปยังทารกในครรภ์อันส่งผลให้ทารกคลอดก่อนกำหนดน้ำหนักน้อยหรือตัวเล็กได้ 
  6. สำหรับบุคคลที่ให้นมบุตรจะส่งผลต่อทารกเช่นนอนน้อยลงตื่นง่ายกระสับกระส่ายงอแงดูดนมได้ไม่ดี 

ดังนั้นการดื่มกาแฟเพื่อให้ได้ประโยชน์ควรเป็นกาแฟดำเท่านั้นหากเป็นกาแฟที่มีส่วนผสมของนมน้ำตาลครีมเทียมแน่นอนว่าจะได้ของแถมมาด้วยเช่นกันไม่ว่าจะโรคเบาหวานและคลอเรสเตอรอลสูงเป็นต้น 

กาแฟ คืออะไร มาจากไหน ทำไมเราต้องดื่มกาแฟ มีคำตอบ

ข้อแนะนำในการดื่มกาแฟให้เกิดประโยชน์สูงสุด 

  1. ประเภทกาแฟที่เลือกดื่ม – ดื่มกาแฟดำแน่นอนว่าปัจจุบันมีการดื่มกาแฟที่หลากหลายเพื่อความอร่อยในการดื่มมักจะมีการเติมน้ำตาลนมครีมเทียมซึ่งจะเป็นการเพิ่มแคลอรีในกาแฟมากเกินไปส่งผลทำให้เกิดความอ้วนได้ง่ายดังนั้นควรเลือกดื่มกาแฟที่ไม่ใส่อะไรเลยเป็นการดีที่สุด 
  1. ปริมาณในการดื่มกาแฟ – ไม่ควรดื่มเกินวันละ 2 แก้ว  โดยองค์การอาหารและยาสหรัฐอเมริกาได้กำหนดปริมาณคาเฟอีนที่ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพคือไม่เกิน 300 มิลลิกรัม/วัน , กาแฟสำเร็จรูปจะมีคาเฟอีนในปริมาณ 30 – 120 มิลลิกรัม / แก้วและกาแฟชงสดจะมีคาเฟอีน 60 – 180 มิลลิกรัม / แก้วดังนั้นเพื่อให้ได้รับปริมาณคาเฟอีนในปริมาณที่เพียงพอไม่มากจนเกินไปจึงควรดื่มกาแฟวันละ 2 แก้วเท่านั้น  
  2. ระยะเวลาในการดื่มกาแฟ – ไม่ควรดื่มกาแฟหลังจากเวลา 14.00 น. ไปแล้วเพราะร่างกายอาจกำจัดสารคาเฟอีนในร่างกายไม่ทันส่งผลให้นอนไม่หลับได้ 
  3. ไม่ควรดื่มกาแฟในขณะท้องว่าง – เนื่องจากคาเฟอีนเร่งการหลั่งกรดในกระเพาะอาหารดังนั้นควรรับประทานอาหารรองท้องก่อนดื่มกาแฟเสมอ
  4. คาเฟอีนในกาแฟมีผลทำให้ร่างกายขับแคลเซียมออกทางปัสสาวะดังนั้นผู้ที่ดื่มกาแฟควรมีการรับประทานอาหารที่มีแคลเซียมเข้าไปเพื่อชดเชยให้กับร่างกายเช่นกลุ่มพวกผักใบเขียวงาถั่วพืชตระกูลถั่วต่างๆและดื่มน้ำเปล่าในแต่ละวันมากๆเพื่อลดความเสี่ยงจากการเกิดโรคกระดูกพรุนและร่างกายขาดน้ำได้ 
  5. ควรหลีกเลี่ยงการดื่มกาแฟกับยาบางชนิด – เช่นยาเอฟีดรีน (Ephedrine) หรือกลุ่มยาคัดจมูกเพราะยากลุ่มนี้มีฤทธิ์กระตุ้นระบบประสาทเช่นเดียวกับกาแฟการรับประทานพร้อมกันจึงอาจส่งเสริมการกระตุ้นของหัวใจที่มากจนเกินไปจนเป็นอันตรายได้  และอาจรวมถึงทำปฏิกิริยาต่อยาที่รับประทานอยู่ได้เช่นยาปฏิชีวนะบางกลุ่มยากระตุ้นระบบประสาทยาต้านการแข็งตัวของเกล็ดเลือดยาต้านซึมเศร้าหรือยากลุ่มฮอร์โมนเอสโตรเจนเป็นต้น 

Credit goldengooseshoeser.com bakebaker.com reviwecafe.com michael-korshandbags.com ankarastore.com